ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Direct Booking

ระบบจองห้องพักในเว็บไซต์คืออะไร? ต่างจากการรับจองผ่านแชตและ OTA ยังไง

ระบบจองห้องพักบนเว็บไซต์ช่วยโรงแรมอย่างไร? เปรียบเทียบการรับจองตรงผ่านเว็บไซต์ การรับจองทางแชต และ OTA พร้อมข้อควรรู้ก่อนเริ่มใช้

ระบบจองห้องพักบนเว็บไซต์ การรับจองผ่านแชต และการต้อนรับลูกค้าที่โรงแรม

ทุกวันนี้โรงแรมหนึ่งแห่งอาจรับลูกค้าจากหลายทาง

  • บางคนเจอโรงแรมจาก Facebook แล้วทัก LINE
  • บางคนจองผ่าน Agoda หรือ Booking.com
  • บางคนเข้าเว็บไซต์ของโรงแรมโดยตรง

คำถามคือ เมื่อมีเว็บไซต์แล้ว

ลูกค้าจำเป็นต้องทักมาถามห้องว่างทุกครั้งไหม?

หรือเราสามารถทำให้ลูกค้าเลือกวัน ดูห้อง และส่งการจองผ่านเว็บไซต์ได้เลย?

สิ่งนี้คือแนวคิดของ ระบบจองห้องพักบนเว็บไซต์ หรือ Hotel Booking Engine

โดยทั่วไป Booking Engine คือระบบที่ช่วยให้ลูกค้าทำรายการจองกับที่พักโดยตรงผ่านเว็บไซต์ ขณะที่การจองผ่าน OTA จะเกิดขึ้นผ่านแพลตฟอร์มตัวกลาง เช่น Agoda หรือ Booking.com แทน

แต่ทั้ง 3 วิธี — เว็บไซต์ แชต และ OTA — ไม่ได้มีหน้าที่เหมือนกันทั้งหมด

ลองมาดูกันแบบง่าย ๆ

1. ระบบจองห้องพักในเว็บไซต์คืออะไร?

ลองนึกภาพลูกค้าเข้ามาที่เว็บไซต์โรงแรมและสนใจห้องพัก

ถ้ายังไม่มีระบบจอง ขั้นตอนอาจเป็น

ดูห้อง → กด LINE → ถามวันที่ → รอพนักงานเช็ก → คุยราคา → ยืนยันการจอง

แต่ถ้ามีระบบจองอยู่ในเว็บไซต์ ลูกค้าสามารถทำขั้นตอนบางส่วนด้วยตัวเองได้ เช่น

เลือกวันที่ → เลือกห้อง → ดูรายละเอียด → กรอกข้อมูล → ส่งรายการจอง

ระบบจองแต่ละแบบอาจทำงานไม่เหมือนกัน บางระบบเป็นเพียงการรับคำขอจอง ส่วนระบบที่ซับซ้อนขึ้นอาจจัดการห้องว่าง การยืนยัน หรือการชำระเงินเพิ่มเติมได้

เพราะฉะนั้นคำว่า “มีระบบจอง” ไม่ได้หมายความว่าทุกโรงแรมต้องมีระบบใหญ่เหมือนกัน

สิ่งสำคัญคือเลือกให้เหมาะกับวิธีทำงานของโรงแรม

2. แล้วต่างจากการรับจองผ่านแชตยังไง?

การรับจองผ่าน LINE, Messenger หรือโทรศัพท์ไม่ใช่เรื่องผิด

จริง ๆ แล้วสำหรับลูกค้าบางคน การได้คุยกับโรงแรมโดยตรงยังเป็นสิ่งที่เขาต้องการ

แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ ทุกการจองต้องเริ่มจากการถามพนักงาน

ลูกค้า: วันที่ 15 มีห้องไหม?

โรงแรม: มีค่ะ

ลูกค้า: ห้องไหนบ้าง?

โรงแรม: มี Superior กับ Deluxe ค่ะ

ลูกค้า: ราคาเท่าไหร่?

ถ้ามีลูกค้าไม่กี่คน วิธีนี้อาจยังจัดการได้

แต่เมื่อมีคำถามเดิมเข้ามาทุกวัน พนักงานก็ต้องใช้เวลาตอบข้อมูลที่เว็บไซต์สามารถแสดงให้ลูกค้าดูเองได้ตั้งแต่แรก

ระบบจองจึงไม่ได้มีไว้เพื่อ “เลิกคุยกับลูกค้า” แต่มีไว้ช่วยลดขั้นตอนก่อนถึงจุดที่จำเป็นต้องคุยจริง ๆ

3. แล้ว OTA อย่าง Agoda หรือ Booking.com ต่างกันตรงไหน?

OTA หรือ Online Travel Agency คือแพลตฟอร์มตัวกลางที่รวบรวมที่พักจำนวนมากไว้ให้ลูกค้าค้นหา เปรียบเทียบ และจองในที่เดียว

ข้อดีสำคัญของ OTA คือ ช่วยพาโรงแรมไปเจอลูกค้าที่อาจยังไม่รู้จักโรงแรมมาก่อน

ลูกค้าอาจค้นว่า

“โรงแรมเชียงใหม่ใกล้สนามบิน”

แล้วเจอที่พักหลายสิบแห่งให้เลือกทันที

จุดนี้ต่างจากเว็บไซต์ของโรงแรม เพราะเว็บไซต์ของเราไม่ได้รวบรวมคู่แข่งมาให้เปรียบเทียบ แต่เป็นพื้นที่ของโรงแรมเอง

ดังนั้น OTA และ Direct Booking จึงไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน

OTA สามารถช่วยเรื่อง การเข้าถึงลูกค้า ขณะที่เว็บไซต์และระบบจองตรงช่วยให้โรงแรมมี ช่องทางรับจองของตัวเอง

แนวคิดปัจจุบันในอุตสาหกรรมก็ไม่ได้มองว่าต้องเลือกเพียงช่องทางใดช่องทางหนึ่ง แต่ Direct Booking และ OTA สามารถเป็นส่วนประกอบของ Distribution Mix เดียวกันได้

4. เทียบให้เห็นง่าย ๆ: แชต vs เว็บไซต์ vs OTA

ช่องทางเหมาะกับข้อดีสิ่งที่ควรรู้
รับจองผ่านแชตการคุยรายละเอียดหรือเคสที่ลูกค้ามีคำถามเฉพาะเป็นกันเองและยืดหยุ่นถ้าลูกค้าทุกคนต้องถามข้อมูลพื้นฐานผ่านแชต พนักงานจะต้องทำงานซ้ำค่อนข้างเยอะ
ระบบจองผ่านเว็บไซต์ลูกค้าที่รู้แล้วว่าอยากพัก และต้องการดำเนินการต่อด้วยตัวเองรวมข้อมูลห้อง วันที่ ราคา และขั้นตอนการจองไว้ในเส้นทางเดียว โรงแรมจึงมีช่องทางรับจองตรงที่เป็นของตัวเองระบบแต่ละแบบอาจรองรับขั้นตอนการจองไม่เหมือนกัน
OTAการช่วยให้โรงแรมถูกค้นพบจากฐานลูกค้าของแพลตฟอร์มลูกค้าสามารถเปรียบเทียบโรงแรมหลายแห่งได้สะดวกการจองเกิดขึ้นผ่านแพลตฟอร์มภายนอก ไม่ใช่ช่องทางของโรงแรมโดยตรง

5. ถ้ามี OTA อยู่แล้ว ยังต้องมีระบบจองในเว็บไซต์ไหม?

ไม่จำเป็นต้องมองว่า

“มีอันหนึ่งแล้ว อีกอันต้องหายไป”

ลองคิดว่าแต่ละช่องทางทำหน้าที่คนละส่วน

  • OTA อาจช่วยให้ลูกค้าค้นพบคุณ
  • เว็บไซต์ ช่วยให้ลูกค้ารู้จักคุณมากขึ้น
  • ระบบจองตรง ช่วยให้ลูกค้าที่พร้อมแล้วดำเนินการจองกับโรงแรมได้

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าอาจเห็นโรงแรมครั้งแรกจาก OTA แต่ก่อนตัดสินใจ เขาเสิร์ชชื่อโรงแรมใน Google แล้วเข้ามาดูเว็บไซต์เพิ่มเติม

ถ้าเว็บไซต์มีข้อมูลครบและสามารถจองได้ เขาก็มีอีกหนึ่งทางเลือกในการติดต่อหรือทำรายการกับโรงแรมโดยตรง

6. แต่ถ้าระบบจองในเว็บยังไม่เชื่อมกับ Agoda ล่ะ?

ตรงนี้สำคัญมาก

ระบบจองบนเว็บไซต์ กับระบบที่เชื่อมและซิงก์หลายช่องทาง ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ถ้าโรงแรมเปิดขายห้องทั้งบนเว็บไซต์และ OTA แต่ระบบเหล่านั้นยังไม่ได้เชื่อมข้อมูลห้องว่างเข้าหากัน โรงแรมยังต้องมีวิธีจัดการจำนวนห้องว่างให้ตรงกันเอง

ตัวอย่างเมื่อห้องเหลือห้องเดียว

สมมติว่ามีห้อง Deluxe เหลือ 1 ห้อง

ถ้ามีคนจองห้องนั้นผ่านเว็บไซต์ เจ้าของหรือพนักงานอาจต้องกลับไปอัปเดต Availability ในช่องทางอื่นที่เปิดขายอยู่ด้วย

ไม่อย่างนั้นอาจเกิดกรณีที่ช่องทางอื่นยังแสดงว่าห้องว่าง ทั้งที่ถูกจองไปแล้ว

ส่วนระบบที่เข้ามาช่วยเชื่อม Inventory ระหว่างหลายช่องทางเป็นอีกระดับหนึ่งของ Hotel Technology เช่น Channel Manager หรือระบบที่มี Integration กับแพลตฟอร์มต่าง ๆ

ดังนั้นก่อนเลือกระบบ ควรถามให้ชัดว่า

เราต้องการแค่ “รับจองตรงจากเว็บ” หรือเราต้องการ “จัดการหลายช่องทางพร้อมกัน”

สองโจทย์นี้ไม่เหมือนกัน

7. โรงแรมแบบไหนเริ่มจากระบบจองตรงก่อนก็ได้?

ไม่ใช่ทุกโรงแรมต้องเริ่มต้นด้วย Technology Stack ขนาดใหญ่

การเริ่มจากระบบจองตรงบนเว็บไซต์สามารถแก้ Pain Point ส่วนนี้ก่อนได้ หากปัจจุบันปัญหาหลักคือ

  • มีเว็บไซต์แต่ลูกค้าจองไม่ได้
  • ลูกค้าสนใจห้องแล้วต้องทักมาถามทุกครั้ง

เมื่อธุรกิจโตขึ้น มีจำนวนห้องมากขึ้น หรือเริ่มขายพร้อมกันหลาย OTA จนการจัดการห้องว่างด้วยตัวเองยุ่งยากขึ้น ค่อยพิจารณาระบบสำหรับการจัดการหลายช่องทางเพิ่มเติมก็ได้

ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกระบบพร้อมกันตั้งแต่วันแรก

8. ระบบจองในเว็บไซต์ควรทำให้อะไรง่ายขึ้น?

ลองมองจากฝั่งลูกค้าเป็นหลัก

เมื่อลูกค้าสนใจที่พัก เขาควรเข้าใจได้ง่ายว่า

  1. วันไหนพัก
  2. มีห้องอะไร
  3. ราคาเท่าไหร่
  4. ต้องทำอะไรต่อ

ไม่ควรทำให้ขั้นตอนการจองซับซ้อนกว่าการทักแชต

โดยเฉพาะบนมือถือ เพราะลูกค้าจำนวนมากอาจกำลังตัดสินใจจองในขณะเดินทางหรือกำลังเปรียบเทียบที่พักหลายแห่ง

ระบบที่ดีจึงไม่ใช่ระบบที่มีฟีเจอร์เยอะที่สุดเสมอไป แต่เป็นระบบที่ เหมาะกับวิธีทำงานของโรงแรม และทำให้ลูกค้าจองได้ง่ายขึ้น

9. แล้ว PAAK IN อยู่ตรงไหน?

ปัจจุบันแนวทางของ PAAK IN คือการทำ เว็บไซต์สำหรับธุรกิจที่พัก พร้อมช่องทางสำหรับรับคำขอจองตรงผ่านเว็บไซต์

เป้าหมายคือช่วยให้เว็บไซต์ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นโบรชัวร์ออนไลน์ แต่สามารถพาลูกค้าจาก

ดูข้อมูล → ดูห้องพัก → ตัดสินใจ → ส่งคำขอจอง

ได้ในพื้นที่เดียวกัน

การส่งคำขอผ่านเว็บไซต์ไม่ใช่การยืนยันห้องพักแบบเรียลไทม์ โรงแรมยังต้องตรวจสอบและยืนยันการจองกับลูกค้าอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ระบบจองตรงบนเว็บไซต์ ไม่ได้หมายความว่าจะเชื่อมและซิงก์กับ Agoda, Booking.com หรือ OTA อื่นโดยอัตโนมัติ

หากโรงแรมขายห้องหลายช่องทางพร้อมกัน การจัดการ Inventory และการเชื่อมแต่ละช่องทางเป็นอีกโจทย์หนึ่งที่ต้องวางระบบเพิ่มเติม

การแยกสองเรื่องนี้ให้ชัดตั้งแต่แรก จะช่วยให้เจ้าของโรงแรมเลือก Technology ได้ตรงกับปัญหาที่ต้องการแก้จริง ๆ

สรุป

โรงแรมสามารถรับจองได้หลายทาง และแต่ละทางมีข้อดีต่างกัน

  • แชต เหมาะกับการพูดคุยและตอบคำถามเฉพาะ
  • OTA ช่วยให้โรงแรมเข้าถึงลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มขนาดใหญ่
  • ระบบจองบนเว็บไซต์ ช่วยสร้างช่องทางที่ลูกค้าสามารถทำรายการกับโรงแรมได้โดยตรง

โรงแรมจึงไม่จำเป็นต้องถามว่า

“ควรเลือก OTA หรือเว็บไซต์?”

แต่อาจควรถามว่า

“แต่ละช่องทางควรทำหน้าที่อะไรในธุรกิจของเรา?”

และถ้าวันนี้โรงแรมมีเว็บไซต์อยู่แล้ว แต่ลูกค้ายังต้องออกจากเว็บไปทักถามทุกอย่างตั้งแต่ต้น

การเพิ่มระบบจองตรงอาจเป็นอีกขั้นที่ช่วยให้เส้นทางจาก “สนใจ” ไปสู่ “จอง” สั้นและง่ายขึ้น

ระบบจองห้องพักโรงแรมระบบจองโรงแรมระบบจองห้องพักออนไลน์จองโรงแรมผ่านเว็บไซต์Direct Booking โรงแรมOTA โรงแรม
กลับไปหน้าบทความ