ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

การบริหารโรงแรม

ตั้งราคาห้องพักโรงแรมยังไง? วิธีง่าย ๆ สำหรับโรงแรมเล็ก ไม่ต้องเดาตามคู่แข่ง

เจ้าของโรงแรมเล็กควรตั้งราคาห้องพักอย่างไร? เรียนรู้วิธีคิดราคาแบบง่าย ๆ จากต้นทุน คู่แข่ง ฤดูกาล และความคุ้มค่าที่ลูกค้ารู้สึก

แนวทางตั้งราคาห้องพักสำหรับโรงแรมและที่พักขนาดเล็ก

ถ้าคุณเป็นเจ้าของโรงแรมเล็ก รีสอร์ตเล็ก หรือโฮมสเตย์ หนึ่งในคำถามที่ปวดหัวที่สุดน่าจะเป็น

“ควรตั้งราคาห้องเท่าไหร่ดี?”

  • ตั้งถูกไปก็เหนื่อยฟรี
  • ตั้งแพงไปก็กลัวไม่มีคนจอง

สุดท้ายหลายคนเลยใช้วิธีง่ายที่สุด คือ ดูคู่แข่งแล้วตั้งตาม

วิธีนี้ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าใช้แค่นั้นอย่างเดียว บางครั้งคุณอาจตั้งราคาผิดโดยไม่รู้ตัว

เพราะโรงแรมแต่ละแห่งมีต้นทุน ทำเล กลุ่มลูกค้า และจุดขายไม่เหมือนกัน

บทความนี้จะชวนดูวิธีตั้งราคาห้องพักแบบง่าย ๆ สำหรับโรงแรมเล็ก โดยไม่ต้องเริ่มจากสูตรซับซ้อน

1. เริ่มจากรู้ต้นทุนของตัวเองก่อน

ก่อนดูว่าควรขายเท่าไหร่ ต้องรู้ก่อนว่า ต้นทุนต่อห้องประมาณเท่าไหร่

อย่างน้อยควรรู้ค่าใช้จ่ายหลัก ๆ 3 กลุ่ม เช่น

  • ค่าน้ำ ค่าไฟ และของใช้ภายในห้อง
  • ค่าแรง ค่าทำความสะอาด และค่าซักผ้า
  • ค่าคอมมิชชันจาก OTA หรือช่องทางขายต่าง ๆ

ไม่จำเป็นต้องคิดเป๊ะถึงระดับบัญชีตั้งแต่วันแรก แต่ควรพอมองออกว่า

ถ้าขายห้องละ 1 คืน เราเหลือจริงประมาณเท่าไหร่

ถ้าไม่รู้ต้นทุนเลย การตั้งราคามักจะกลายเป็นการเดา

2. อย่าดูแค่ “ราคาโรงแรมข้าง ๆ”

การดูคู่แข่งยังสำคัญ แต่ควรดูอย่างมีสติ

ลองเลือกโรงแรมที่คล้ายคุณจริง ๆ สัก 3–5 แห่ง แล้วดูมากกว่าตัวเลขราคา เช่น

  • ทำเลและประเภทห้องใกล้เคียงกันไหม
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการอะไรเพิ่ม
  • กลุ่มลูกค้าและระดับของที่พักใกล้กับเราหรือไม่

บางครั้งโรงแรมข้าง ๆ ตั้งราคา 1,800 บาท แต่เขามีสระ มีวิว หรืออยู่ทำเลดีกว่า

ถ้าคุณเห็นแค่ตัวเลขแล้วตั้งตามทันที อาจผิดได้ง่าย

สิ่งที่ควรดูคือ ลูกค้าจ่ายเงินให้ “อะไร” เพิ่มขึ้นบ้าง

3. แยกราคาอย่างน้อย 3 แบบ

โรงแรมเล็กไม่จำเป็นต้องมีระบบราคา 20 แบบ แต่ไม่ควรมีราคาเดียวทั้งปีเช่นกัน

อย่างน้อยควรแยกเป็น

รูปแบบราคาใช้กับช่วงเวลา
วันธรรมดาราคาพื้นฐานสำหรับช่วงที่ความต้องการไม่สูงมาก
วันศุกร์–เสาร์ / วันหยุดช่วงที่ลูกค้ามักยอมจ่ายมากขึ้น
ช่วงเทศกาล / High Seasonช่วงที่ความต้องการสูงกว่าปกติ

แค่นี้ก็ช่วยให้คุณไม่พลาดรายได้ในวันที่ควรขายแพงขึ้น และไม่ทำให้ห้องดูแพงเกินไปในวันที่ดีมานด์ต่ำ

4. อย่าลดราคาอย่างเดียวเวลาเงียบ

เวลาแขกน้อย สิ่งแรกที่หลายคนทำคือ ลดราคา

แต่บางครั้งการลดอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด

แทนที่จะลดจาก 1,500 เหลือ 1,100 บาททันที อาจลองคงราคาไว้แล้วเพิ่มความคุ้มค่า เช่น

  • รวมอาหารเช้าหรือเครื่องดื่ม
  • เลทเช็กเอาต์
  • ทำแพ็กเกจพักหลายคืนในราคาพิเศษ

เพราะลูกค้าไม่ได้มองแค่ “ถูกที่สุด” เสมอไป

หลายครั้งสิ่งที่ลูกค้ากำลังถามจริง ๆ คือ

“ราคานี้คุ้มไหม?”

5. โรงแรมเล็กควรมี “ราคาขั้นต่ำ” ของตัวเอง

ควรรู้ให้ชัดว่า ราคาต่ำสุดที่เรายอมขายคือเท่าไหร่

ราคานี้ควรเป็นจุดที่คุณยังพอรับได้ ไม่ใช่ขายแล้วแทบไม่เหลืออะไรเลย

การมีราคาขั้นต่ำช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นในวันที่ยอดจองเงียบ เพราะคุณจะไม่ลดราคาลงไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีหลัก

6. ถ้าห้องขายดีอยู่แล้ว อย่ากลัวที่จะขึ้นราคา

เจ้าของโรงแรมเล็กจำนวนมากมีปัญหากลับกันคือ ห้องเต็มบ่อย แต่ราคายังเท่าเดิม

ถ้าช่วงเสาร์–อาทิตย์เต็มเกือบทุกสัปดาห์ หรือช่วงเทศกาลเต็มเร็วมาก นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าราคาของคุณยังมีพื้นที่ให้ขยับได้

ไม่จำเป็นต้องขึ้นแรงทีเดียว อาจลองปรับขึ้นทีละ 100–200 บาท แล้วดูผล

ถ้าลูกค้ายังจองตามปกติ แปลว่าตลาดอาจยังรับราคาที่สูงขึ้นได้

7. ตั้งราคาให้สอดคล้องกับสิ่งที่ลูกค้าเห็น

ถ้าคุณอยากขายแพงขึ้น ลูกค้าต้องรู้สึกได้ว่ามันมีเหตุผล

อาจมาจาก

  • ห้องพักที่สะอาด สวย และนอนสบาย
  • บรรยากาศหรือจุดเด่นที่หาไม่ได้ง่าย ๆ จากที่อื่น
  • บริการและรีวิวที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจ

ราคากับประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับควรไปด้วยกัน

เพราะลูกค้ามีโอกาสยอมจ่ายเพิ่ม หากเขารู้สึกว่าได้รับสิ่งที่คุ้มกับเงินที่จ่าย

8. เช็กราคาทุกเดือน ไม่ใช่ตั้งครั้งเดียวแล้วจบ

ราคาห้องพักไม่ใช่สิ่งที่ตั้งครั้งเดียวแล้วใช้ทั้งปี

อย่างน้อยเดือนละครั้ง ลองกลับมาดู 3 เรื่องหลัก

  • ช่วงไหนขายดีหรือขายยาก
  • ราคาปัจจุบันยังเหลือกำไรเพียงพอไหม
  • คู่แข่งและความต้องการของตลาดเปลี่ยนไปหรือยัง

การค่อย ๆ ปรับตามข้อมูลจริง จะดีกว่าปล่อยราคาเดิมยาวทั้งปี แล้วค่อยมาพบทีหลังว่าขายถูกไปตลอดทั้งซีซัน

วิธีตั้งราคาง่าย ๆ สำหรับโรงแรมเล็ก

ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มยังไง ลองใช้วิธีนี้

  1. ตั้ง “ราคาฐาน” — ดูจากต้นทุน + กำไรที่อยากได้
  2. เช็กคู่แข่ง — เลือกโรงแรมที่ใกล้เคียงกับเราจริง ๆ มาประมาณ 3–5 แห่ง
  3. แยกราคา — วันธรรมดา / วันหยุด / เทศกาล
  4. ตั้งราคาขั้นต่ำ — กำหนดจุดที่ไม่ควรลดต่ำกว่านี้ เพื่อไม่ให้ขายจนแทบไม่เหลือกำไร
  5. ทบทวนทุกเดือน — ดูว่าราคายังเหมาะกับยอดจองและสถานการณ์จริงหรือไม่

สรุป

การตั้งราคาห้องพักที่ดี ไม่ได้เริ่มจากการเดาว่า

“คนอื่นขายเท่าไหร่ เราก็ขายเท่านั้น”

แต่ควรตอบให้ได้อย่างน้อย 3 เรื่อง

  • ต้นทุนและราคาต่ำสุดที่เรารับได้คือเท่าไหร่
  • ห้องของเรามีคุณค่าแตกต่างจากคู่แข่งตรงไหน
  • ช่วงไหนควรขายถูกลงหรือแพงขึ้น

สำหรับโรงแรมเล็ก คุณไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก Revenue Management แบบโรงแรมใหญ่

แค่ตั้งราคาอย่างมีหลัก ดูผลจริง และค่อย ๆ ปรับ ก็ช่วยให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้นได้มากแล้ว

Checklist สั้น ๆ สำหรับเจ้าของโรงแรม

ลองเช็ก 4 ข้อนี้ก่อน

  • รู้ต้นทุนและราคาขั้นต่ำของแต่ละห้องแล้วหรือยัง
  • มีราคาวันธรรมดา วันหยุด และช่วงเทศกาลหรือยัง
  • เช็กราคาคู่แข่งพร้อมเปรียบเทียบคุณภาพหรือยัง
  • กลับมาทบทวนราคาเป็นประจำหรือยัง

ถ้ายังไม่ครบทุกข้อ ไม่เป็นไร เริ่มทีละข้อก็ได้

เพราะการตั้งราคาที่ดีไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ตั้งแต่วันแรก

แต่ควรดีขึ้นเรื่อย ๆ จากข้อมูลที่เราเห็นจริง

ตั้งราคาห้องพักโรงแรมราคาห้องพักโรงแรมตั้งราคาห้องพักโรงแรมเล็กราคาห้องพักรีสอร์ตวิธีตั้งราคาโรงแรม
กลับไปหน้าบทความ